ออมสินทำอย่างไร...จึงสอบเข้าโรงเรียนรัฐบาลสิงคโปร์ได้
dot
dot


ออมสินทำอย่างไร...จึงสอบเข้าโรงเรียนรัฐบาลสิงคโปร์ได้ article

 

 

ทำอย่างไร...จึงจะสอบเข้าโรงเรียนรัฐบาลสิงคโปร์ ระดับมัธยมฯได้

ความต้องการของผู้ปกครองไทยที่สนใจส่งบุตรหลานไปเรียนต่อระดับมัธยมฯที่ สิงคโปร์ โดยเฉพาะ"การเข้าโรงเรียนรัฐบาลของสิงคโปร์" มีมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุผลที่หลากหลาย เช่น ต้องการให้ลูกได้ภาษาอังกฤษ , ต้องการให้ลูกได้รับประสบการณ์การเรียนระบบสิงคโปร์ซึ่งมีมาตรฐานการศึกษาสูงระดับโลก, ต้องการให้ลูกฝึกรับผิดชอบตนเอง เป็นต้น 

อย่างไรก็ตาม การเข้าโรงเรียนรัฐบาลสิงคโปร์ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะนักเรียนไทยจะต้องสมัครสอบคัดเลือกซึ่งเป็นการสอบส่วนกลาง จัดสอบโดยกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ เรียกการสอบสั้นๆว่า AEIS (Admissions Exercise for International Student) ซึ่งในแต่ละปี มีนักเรียนไทยและต่างชาติมาสมัครสอบกันมาก แต่จำนวนนักเรียนที่สอบผ่านและได้ที่นั่งโรงเรียนรัฐบาลสิงคโปร์มีน้อยกว่ามาก ทำให้การสอบ AEIS มีการแข่งขันสูง

ดังนั้นการวางแผนและการเตรียมตัวที่ดี จึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ เพราะถือเป็นปัจจัยหลักสำหรับการสอบเข้าเลยทีเดียว ส่วนจะวางแผนอย่างไร จะเตรียมตัวอย่างไรให้ประสบความสำเร็จนั้น คนที่ตอบคำถามได้ดีที่สุดคือ คนที่สอบเข้าได้ 

เรียนสิงคโปร์ดอทคอม จึงติดต่อขอสัมภาษณ์คุณแม่มด นพมาส สุขประเสริฐ ซึ่งมีบทบาทสำคัญมากๆในการช่วยวางแผนและเตรียมตัวให้น้องออมสิน ธนธรณ์ สุขประเสริฐ  ลูกสาวอันเป็นที่รัก สามารถฟันฝ่าอุปสรรคจนสามารถสอบติด ม.1 โรงเรียนรัฐบาลสิงคโปร์ โดยได้เรียนที่โรงเรียน PEICAI SECONDARY SCHOOL

คุณแม่มดยินดีแชร์ประสบการณ์การวางแผนและการเตรียมตัวนี้ให้กับผู้ปกครองและ นักเรียนไทยที่กำลังวางแผนไปสอบเข้าโรงเรียนรัฐบาลสิงคโปร์ซึ่งถือว่าเป็น ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากๆ

 

 

คุณแม่ช่วยเล่าพื้นฐานการเรียนของน้องออมสินตอนเรียนอยู่ที่เมืองไทยด้วยค่ะ เกรดน้องเป็นอย่างไรบ้างคะ และน้องเป็นเด็กชอบเรียนหรือทำกิจกรรมอย่างไรบ้างคะ และสนใจวิชาใดหรือเก่งวิชาใดเป็นพิเศษค่ะ

น้องออมสินเรียนอยู่โรงเรียนปิติศึกษาเชียงรายมอนเตสเซอรี่ ซึ่งเป็นโรงเรียน2ภาษาตั้งอนุบาล1-.6 ค่ะจากนั้นก็มาสอบเข้าโรงเรียนสามัคคีวิทยาคมซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดเชียงรายก็เลือกเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษซึ่งจะมีครูต่างชาติสอนทุกวิชายกเว้นภาษาไทยกับการงานสังคม   การเรียนของน้องออมสินระดับประถมทางโรงเรียนจะประเมินว่าผ่าน / ไม่ผ่าน และให้พ่อแม่เสริมหรือเพิ่มเติมอะไรให้ลูก จะไม่มีเกรดเฉลี่ย หรือลำดับ จากนั้นพอขึ้นชั้นมัธยมก็วางแผนกันว่าจะมาเรียนระบบปกติ ก็ให้ครูเตรียมความพร้อมของเด็กจะไปสอบซึ่งน้องออมสินก็สามารถสอบเข้าได้

พอย้ายมาที่โรงเรียนสามัคคีวิทยาคมหลักสูตรภาษาอังกฤษ  ก็ต้องปรับตัวกันใหม่เพราะอยู่โรงเรียนเดิมไม่มีการบ้าน  ทำงานที่รับผิดชอบเสร็จก็เสร็จแต่ที่โรงเรียนใหม่ ซึ่งเป็นหลักสูตรปรกติ จะมีการบ้านเยอะมาก ตอนแรกน้องก็จะงงๆอยู่แต่สักพักก็สามารถปรับตัวได้ดี

 

สำหรับการเรียน ออมสินชอบวิชาวิทยาศาสตร์มากที่สุด ส่วนวิชาอื่นๆก็รับผิดชอบได้ดี  และน้องออมสินจะเป็นนักกีฬาแบดมินตันซึ่งเล่นมาตั้งแต่7ขวบตอนนี้ก็ยังเล่นอยู่ค่ะ ที่ผ่านมาก็ไปเป็นตัวแทนแข่งของโรงเรียนของจังหวัด  ทุกๆครั้งก่อนจะไปแข่งก็จะไปของานคุณครูก่อนซึ่งครูฝรั่งก็ให้งานล่วงหน้ามา พอกลับมาก็มาตามสอบเก็บตกวิชาต่างๆอีกที ผลการเรียนของน้องออมสินเกินความคาดหมายมากได้คะแนน4.00 ทุกเทอมค่ะ

 

การเลือกเรียนต่อมัธยมที่สิงคโปร์ของน้องออมสินเป็นการวางแผนของคุณมดด้วยใช่ไหมคะ

 

เรื่องการเรียนต่อมัธยมที่สิงคโปร์ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ให้ลูกได้เลือกค่ะ เพราะว่าออมสินอยากเป็น IT Man อะไรประมาณนั้นถ้าเราเลือกที่เรียนในบ้านเราการยอมรับก็จะมีระดับหนึ่ง แต่คุณแม่คิดว่าที่สิงคโปร์โอกาสน่าจะดีกว่า ก็เลยลองให้ออมสินตัดสินใจดูนะค่ะ  ตอนแรกคุณแม่ก็ปรึกษาทางเรียนสิงคโปร์ดอทคอมเรื่อง ASEAN Scholarship แต่ดูแล้วคิดว่าโอกาสของลูกเราน้อยมาก เลยลองดูช่องทางอื่นที่มันเป็นไปได้นะค่ะ ก็เลยมาลงเอยที่การสอบ AEIS แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องอยู่ที่ตัวเด็กด้วยนะคะ จึงตัดสินใจร่วมกันค่ะ

 

หลังจากตัดสินใจแล้วว่าจะให้น้องไปสอบ AEIS คุณแม่ก็ได้ส่งน้องไปเรียนคอร์สเตรียมสอบเข้า ร.ร รัฐบาล การวางแผนไปเรียนคอร์สเตรียมสอบเข้าโรงเรียนรัฐบาลที่สิงคโปร์ช่วงปิดเทอม 4 สัปดาห์ ช่วยในแง่การเตรียมตัวสอบมากน้อยเพียงใด

ที่ตัดสินใจส่งลูกไปเพราะคุณแม่ได้หาข้อมูลต่างๆเบื้องต้นแล้ว  พอได้ไปเรียนคอร์สเตรียมสอบเข้า 4 สัปดาห์ อย่างแรกเลย ก็ได้แนวข้อสอบมาว่าเราจะต้องเตรียมตัวยังไงต่อ และยังขาดอะไรที่เรายังไม่รู้ อย่างที่สอง จะได้เช็คลูกว่า ลูกไปอยู่ที่สิงคโปร์ตามลำพังได้ไหม ถามลูกก่อนนะว่าไหวมั้ย อยากไปอยู่มั้ย เราไม่บังคับอยู่แล้ว คำตอบ...คือหนูอยากไปเรียนที่นั่นคะแม่  และเรื่องสุดท้ายที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ได้มาคือระเบียบวินัยกับการอยู่ร่วมคนอื่น ซึ่งเป็นผลพลอยได้จาการที่เขาได้ไปอยู่คราวนั้น ซึ่งคุ้มค่ามากค่ะ

 

 

 

หลังจากน้องกลับมาจากการเรียน 4 สัปดาห์แล้ว คุณแม่มีการวางแผนติวเสริมช่วยน้องอย่างไรบ้างค่ะ

หลังจากหนึ่งเดือนผ่านไป  ก็กลับมาที่เมืองไทยมาเรียนต่อที่ไทยและวางแผนกันเรื่องการติวต่อค่ะ ออมสินเค้าจะประเมินตัวเค้าเองออกว่าเขายังขาดอะไร เราก็ไปติวเฉพาะที่น้องยังไม่ค่อยได้และหัดทำแบบฝึกหัดเยอะๆ

 

เรื่องแรกที่น้องคิดว่าต้องปรับปรุงคือเริ่มต้นด้วยเรื่องไวยากรณ์  (Grammar) ค่ะ เพราะน้องเรียนโรงเรียนสองภาษาก็จริงแต่ก็ไม่ได้เน้นเรื่อง Grammar มากมายเหมือนโรงเรียนปรกติ

 

อีกเรื่องหนึ่งที่เน้นคือเรื่องการเขียน (Writing) ออมสินจะชอบมากและอาจจะได้คะแนนส่วนนี้เยอะค่ะ จะเขียนได้ดีก็ต้องรู้ศัพท์เยอะจึงเน้นให้น้องลงคอร์ส Vocabulary เพิ่มอีก ซึ่งก็จะปิดทุกส่วนที่ลูกเราอาจจะพลาดไปค่ะ 

 

นอกจากนี้ คุณแม่เข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมที่เวบไซต์กระทรวงศึกษาแล้วเข้าไปดูในบล็อก Information on AEIS Centralised Tests ก็จะทราบว่า คะแนนของวิชาภาษาอังกฤษจะแบ่งเป็นการอ่าน (Reading)30 คะแนน การเขียน (writing) 50 คะแนน ไวยากรณ์ (Grammar)  10 คะแนนและคำศัพท์ (Vocabulary) 10 คะแนนค่ะ ก็เอาคะแนนตรงนี้มาวางแผนการติวให้ลูกค่ะ เด็กไทยส่วนใหญ่จะเก่งการอ่าน (Reading) แต่อ่านแทบตายได้แค่20คะแนนค่ะ สัดส่วนที่มากที่สุดคือ การเขียนถึง 50 คะแนนเพราะฉะนั้นเลยมุ่งเน้นการเขียนให้ลูกเป็นส่วนใหญ่ค่ะ

 

ส่วนวิชาคณิตศาสตร์ เอาแบบฝึกหัดมาทำเยอะเลย หาซื้อได้ทั่วไปที่ร้านหนังสือที่สิงคโปร์ และก็ให้ครู EP มาติวให้ตัวต่อตัวค่ะ ส่วนใหญ่วิชาคณิตศาสตร์ต้องแสดงวิธีทำ  ซึ่งเด็กไทยไม่ค่อยถนัดกัน ก็จะมาฝึกกันตรงนี้ค่ะ

 

 

แล้วก่อนสอบมีการเตรียมตัวเพิ่มเติมอะไรอีกไหมคะ

แม่เองก็บอกลูกว่าเรามี project ใหญ่ร่วมกันอยู่ต้องสู้ๆนะประมาณนี้ และก่อนจะสอบAEIS 1เดือน จึงได้ตัดสินใจปรึกษาอาจารย์ฝ่ายวิชาการของโรงเรียนที่จะขอลาโรงเรียนพอดีจะเป็นช่วงท้ายเทอมใกล้สอบ ปลายภาคเรียน แล้วขอน้องออมสินมาสอบทีหลัง ซึ่งทางโรงเรียนก็ยินดีให้ความร่วมมือ คุณแม่จึงตัดสินใจส่งออมสินไปติวอีกรอบจนถึงสอบ AEIS ซึ่งก็ได้ผลจริงๆค่ะ

 

และตอนนี้ การเรียนของน้องที่อยู่ที่สิงคโปร์เป็นอย่างไรบ้างคะ

ตอนนี้ออมสินปรับตัวได้ดีกับการใช้ชีวิตประจำวัน/ การเดินทาง/ อาหารการกิน/ การรับผิดชอบตัวเอง

ส่วนการเรียนปรับตัวได้ดีและไปเรียนภาษาจีนเสริมสำหรับเด็กต่างชาติ  โรงเรียนมีสอนพิเศษเพิ่มเติมให้

คะแนนเฉลี่ยเทอมแรก เพิ่งออกมา น้องออมสินได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุดในสายชั้น Sec 1   และตอนนี้เป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลของโรงเรียน PEICAI Secondary School 

 

 

แล้วที่เรียนภาษาจีนที่โรงเรียนตอนนี้ ทางโรงเรียนให้เลือกหรือบังคับคะ ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพ่ิมไหมคะ

 

 ภาษาจีนที่เรียนเสริมเรียนฟรีค่ะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แล้วแต่เด็กจะเลือกลงเองในคาบว่าง เรียนเป็นศัพท์ง่ายๆใช้ในชีวิตประจำวันเช่นชื่ออะไร / กินข้าว/ ไปไหน/ ทำอะไร / ซื้อของ ประมาณนั้นออมสินก็เริ่มจะฟังเพื่อนรู้เรื่องบ้างว่าพูดอะไรแต่ก็พูดพอได้นิดหน่อย มี Test พูดแต่ละสัปดาห์ด้วยค่ะออมสินบอกว่าสนุกดีค่ะ:)

สำหรับผู้ปกครองท่านอื่นๆที่สนใจจะส่งลูกไปเรียนต่อมัธยมที่สิงคโปร์ คุณแม่คิดว่าจะแนะนำให้เตรียมความพร้อมก่อนไปสอบ AEIS ด้านใดเป็นพิเศษคะ

อันดับแรกต้องถามลูกก่อนค่ะว่า อยากเรียนที่สิงคโปร์จริงไหม ผู้ปกครองก็ต้องรู้วิธีการเรียนการเรียนการสอนที่โน่นเป็นยังไงและต้องอธิบายให้ลูกทราบด้วย  เด็กจะได้ทำความเข้าใจกับตัวเองว่าจะต้องเจออะไรบ้าง และพร้อมที่จะไปสอบค่ะ

 

ส่วนเรื่องการติววิชาต่างๆ จากประสบการณ์ คิดว่าวิชาเลขให้พยายามทำโจทย์เลขมากๆบางครั้งเรียนมากๆแต่ไม่ค่อยได้ทำโจทย์พอพลิกแพลงนิดหน่อยเด็กก็จะงง แต่ถ้าได้ทำโจทย์มากเด็กจะรู้วิธีและแนวที่จะตอบ

 

ส่วนภาษาอังกฤษ ต้องดูว่าเราอ่อนตรงไหนเพราะเค้ามีเกณฑ์การให้คะแนนมาให้เราชัดเจนแล้วว่าแต่ละส่วนกี่คะแนน ให้เน้นเอาคะแนนที่ได้มากๆเช่นเขียนตั้ง50 คะแนน แต่เด็กไทยจะเก่ง grammar แต่เค้าเอาแค่10 คะแนนเท่านั้นเอง

 

 




Interviews

หยงและชีวิตการเรียนปริญญาตรีที่ JCU สิงคโปร์ article
ชีวิตนักเรียนทุน ASEAN Scholarship article
แก้มเล่าเรื่องการไปเรียนภาษาอังกฤษระยะสั้น 4 สัปดาห์ article
อาร์มกับการเรียนปริญญาตรี University of Newcastle ที่ PSB Academy, Singapore article
สีน้ำเล่าประสบการณ์การไปเรียนภาษาระยะสั้นช่วงซัมเมอร์ article