พูดภาษาอังกฤษให้ได้ใน 90 วัน
dot
dot


พูดภาษาอังกฤษให้ได้ใน 90 วัน
วันที่ 14/11/2012  11:48:05 AM ,ผู้เข้าชม : 15977

พูดภาษาอังกฤษให้ได้ภายใน 90 วัน

ฟังดูคล้ายโฆษณาของโรงเรียนสอนภาษาทั่วๆไป ที่บางครั้งแอบสงสัยว่าเป็นจริงได้หรือ แต่วันนี้เราจะมาแชร์วิธีที่นักเรียนภาษาคนหนึ่งได้เรียนภาษาใหม่สำเร็จได้ภายใน 90 วัน เขาได้อธิบายขั้นตอนการเรียนไว้อย่างละเอียดและมีหลักปฏิบัติที่น่านำมาใช้ได้จริง

Maneesh Sethi คือ blogger ชาวอเมริกันที่นิยมการเดินทางเที่ยวรอบโลก จึงได้มองเห็นความสำคัญในการเรียนภาษาที่สอง สามและสี่ พื้นฐานของเขาเรียนทางด้าน IT ที่ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

คุณ Maneeshใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรกและตั้งใจจะพูดภาษาอิตาเลียนให้จงได้ใน 90 วัน เขาได้สรุปวิธีการที่เขาเรียนภาษาอิตาเลียนจนพูดสือสารได้ใน 90 วัน  วิธีการเรียนของเขาน่าสนใจ นักเรียนไทยน่านำมาปรับใช้กับการเรียนภาษาอังกฤษกันบ้าง

เขาเล่าว่า เคยเรียนภาษาสเปนเป็นภาษาที่สองตอนเรียนมหาวิทยาลัย สอบได้คะแนนดีอยู่เสมอ ถ้าเทียบกับคะแนนที่เขาได้ น่าจะอยู่ในขั้น Expert แต่เมือเขาเดินทางไปเที่ยวที่สเปนและลองสั่งอาหารดู ปรากฏว่าทั้งคนขายและตัวเขาเองไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจกันได้ Manessh คิดว่าต้องเกิดอะไรผิดพลาดกับการเรียนภาษาสเปนของเขาอย่างแน่ เขาเป็นนักเรียนภาษาที่ได้คะแนนดีมากในชั้นเรียนแต่ทำไมแค่เรื่องง่ายๆ แค่การสั่งอาหาร เขากลับทำไม่ได้

Maneesh สรุปว่า ในชั้นเรียน สิ่งที่เขาเรียนเป็นเรื่องของหลักภาษาและการทำแบบฝึกหัด ดังนั้น เขาจึงเก่งในเรื่องการทำแบบฝึกหัดเท่านั้น แต่ทว่า สิ่งที่ขาดหายไปคือ การพูด หากเราต้องการที่จะพูดภาษาใหม่ให้ได้ เราจะต้องฝึกพูด

ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจเรียนภาษาอิตาเลียนด้วยวิธีของเขาเองและนี่เป็นสิ่งที่เขาค้นพบและสรุปไว้ ซึ่งเราได้ประยุกต์ให้เป็นการเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อให้นักเรียนไทยน่าจะลองไปฝึกกันดู

 

 

 

หลักการพื้นฐานในการเรียนภาษาให้ได้อย่างรวดเร็ว

[1]        ต้องมีคู่มือในการเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น หนังสือไวยากรณ์พื้นฐาน, memorization software และหนังและหนังสือต่างๆที่ผู้เรียนสนใจเป็นภาษาอังกฤษ

[2]        ต้องใช้ครูสอนตัวต่อตัว (one to one tutor) ซึ่งจะใช้เรียนในช่วงเดือนแรกโดยเรียนวันละ 4 ชั่วโมงต่อวัน

[3]        ต้องมีความพยายามที่จะพูดเป็นภาษาอังกฤษและคิดเป็นภาษาอังกฤษ

[4]        ต้องพยายามสร้างโอกาสในการพูดภาษาอังกฤษ หลังจากที่ได้ฝึกบทสนทนาพื้นฐานกับครูแล้ว ควรจะต้องหาเพื่อนที่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ หากต้องการให้ได้ผลเร็ว อาจจะต้องย้ายไปเรียนระยะสั้นๆในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ หรือหากไม่สามารถทำได้ อาจจะต้องหาคอร์สเรียนเป็นกลุ่มที่เน้นการสนทนากับเพื่อนในชั้นเรียนด้วย

หลักการข้างต้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเร่งรัด หากต้องการเรียนแบบไปเรื่อยๆ สามารถปรับวิธีการ เช่น อาจจะไม่ต้องย้ายไปอยู่ในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ หรือ การเรียนเข้มข้น 4-8 ชั่วโมงก็อาจจะลดลงเหลือวันละ 1 ชั่วโมงก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละคน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ควรจะฝึกฝนทุกวัน วันละ 20 นาทีทุกวันจะได้ผลดีกว่าสัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้ง

 

แหล่งข้อมูลสำคัญในการเรียนภาษา

[1]        หนังสือไวยากรณ์ดีๆ

[2]        หนังสือที่รวบรวมวลีสำคัญๆที่ได้ใช้บ่อยๆ (Phrase Book) ควรฝึกท่องจำประโยคหรือวลีที่ใช้ในการ

สนทนาอยู่บ่อยๆ

[3]        ดิกชั่นนารี ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือเป็นเล่มใช้ได้ทั้งนั้น

[4]        Memorization App สำหรับเพิ่มคำศัพท์ใหม่ๆและไว้ท่องศัพท์ทุกๆคืน  

 

แผนการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ผลใน 90 วัน

การตั้งเป้าที่จะพูดภาษาใหม่ให้ได้ใน 90 วันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ต้องการการทุ่มเทและฝึกฝนค่อนข้างมาก หากไม่ต้องการเร่งรัดขนาดนั้น คุณ Maneesh แนะว่าอาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 90 วัน แต่สิ่งที่เขาเน้นย้ำก็คือ ต้องฝึกทุกๆวัน

 

Days 1-30

 

เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดในการเรียนภาษา ต้องตั้งใจให้สิ่งแวดล้อมต่างๆทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการให้ได้ผลดีที่สุด คือ ย้ายไปอยู่ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมเป็นภาษาอังกฤษ

ในช่วงเดือนแรกแนะนำให้เรียนเดี่ยวกับคุณครู เพราะการเลือกเรียนเป็นกลุ่มบางครั้ง นักเรียนก็อาจจะขึ้เกียจบ้าง ไม่อยากจะฝึกพูดบ้าง แต่การเรียนกับครูหนึ่งต่อหนึ่งเป็นการบังคับในตัวว่าต้องพูด

สิ่งที่สำคัญที่สุด: คุณต้องเป็นนักเรียนที่ใฝ่รู้อยู่ตลอด ใฝ่รู้ในที่นี้หมายถึง เวลาอยู่ในชั้นเรียนจะต้องหมั่นถามครู หากไม่เข้าใจและจะต้องฝึกฝนการพูดภาษาอังกฤษอยู่ตลอดในชั้นเรียน

ในช่วงนี้ คุณอาจจะได้คำศัพท์ใหม่ๆและวลีใหม่ๆมา ให้เก็บบันทึกไว้ใน Memorization app เพื่อฝึกฝนเองต่อ

ให้เริ่มท่องศัพท์จำนวน 30 คำ และวลีที่ใช้บ่อยๆจำนวน 30 วลีทุกๆวัน  ทำไมต้องจำนวน 30 เพราะว่าใน 90 วัน คุณก็จะได้ศัพท์และวลีถึงจำนวนเกือบถึง 3,000 คำ ซึ่งตามตัวเลขสถิติ คำศัพท์ที่ประมาณ 2,925 คำจะปรากฏในภาษาที่เราใช้ประมาณ 80%  พูดง่ายๆก็คือว่าถ้ามีวงคำศัพท์มากก็จะทำให้เราสื่อสารได้มากขึ้น

 

Days 30-60

หลังจากผ่านเดือนแรกไปแล้ว ตอนนี้คุณน่าจะพอสื่อสารบทสนทนาพื้นฐานได้บ้างแล้ว ในช่วงเดือนนี้ ให้เปลี่ยนจากการเรียนเดี่ยวมาเรียนเป็นกลุ่ม เพื่อประหยัดค่าเรียนและจะได้มีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษกับเพื่อนร่วมชั้น

พยายามหาโอกาสในการสื่อสาร เริ่มออกไปสังสรรค์กับเพื่อนที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารมากขึ้นให้เริ่มอ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสารเป็นภาษาอังกฤษ (เริ่มจากหัวข้อที่คุณสนใจ) หากมีคำศัพท์หรือวลีไหนที่ไม่รู้ความหมาย ให้หาความหมายและเพิ่มลงใน Memorization app

ในช่วงนี้ให้หัดคิดทุกคำเป็นภาษาอังกฤษ ทุกๆครั้งที่นึกคำไม่ออก ให้เพิ่มคำนี้ลงไปใน Memorization app

อย่าลืมท่องศัพท์จำนวน 30 คำ และวลีอีก 30 วลี ทุกๆวัน

 

Days 60-90

ในช่วงนี้ คุณน่าจะมีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษแล้ว ขาดแต่การฝึกฝนเพิ่มเติม หมั่นพูดภาษาอังกฤษ โดยการออกไปพูดคุยหรือสังสรรค์กับเพื่อน

ให้ท่องศัพท์และวลีวันละ 30 คำไปอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเดือนนี้ วงคำศัพท์ของคุณเกือบจะถึง 3,000 คำแล้ว

ในเดือนนี้ คุณสามารถดูรายการทีวีเป็นภาษาอังกฤษ หรือ อ่านหนังสือ นิตยสารเป็นภาษาอังกฤษบ้างแล้ว ให้ลองหาหนังที่เป็นภาษาอังกฤษมาดู โดยปิด Subtitle ให้โฟกัสไปเฉพาะภาษาพูด แต่หากฟังแล้วไม่เข้าใจ ก็มิต้องตกใจ เพราะการเข้าใจภาษาพูดในหนังนั้นยากกว่าการพูดคุยกับเพื่อน ต้องใช้เวลาฝึกไปอีกสักระยะหนึ่ง

ในระหว่างนี้ ยังคงต้องเรียนในชั้นเรียนอยู่ วันละหลายชั่วโมงเหมือนเดิม แต่เมื่อถึงเวลาสิ้นเดือนที่ 3 นี้ คุณจะต้องประหลาดใจกับความก้าวหน้าทางภาษาใน 90 วัน

 

บทส่งท้าย

การเรียนภาษาเป็นทักษะอย่างหนึ่ง เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดและพูดออกมาในภาษาใหม่ เมื่อคุณประสบความสำเร็จในเรียนภาษาใดภาษาหนึ่งได้แล้ว การเรียนภาษาต่อๆไปจะไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป

หวังว่าบทความนี้จะช่วยจุดประกายหลายๆคนที่อยากจะพูดภาษาอังกฤษให้ได้คล่อง ได้ลองหันมาฝึกภาษากันอย่างจริงจัง แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น วิธีการเรียนไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว คนเรียนเท่านั้นที่จะรู้ว่าวิธีใดเหมาะกับเรามากที่สุด แต่อาจเริ่มจากลองนำวิธีการที่เคยมีคนใช้แล้วได้ผล ดังที่สรุปไว้ข้างต้นไปเริ่มฝึกกันดูก่อน แล้วค่อยปรับมาเป็นวิธีของแต่ละคนเองภายหลัง

 

Tips เตรียมภาษาอังกฤษก่อนเรียนตรีโทที่สิงคโปร์
การศึกษาไม่ใช่เรื่องการแข่งขัน
ความสำเร็จด้านการศึกษาของสิงคโปร์และการเตรียมประชากรสิงคโปร์สู่ยุคศตวรรษที่ 21 สิงคโปร์
มหาวิทยาลัยของสิงคโปร์ คว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของภูมิภาคเอเชีย
Singapore National Day 2017 วันชาติสิงคโปร์
แหล่งอาหารราคาถูกและอร่อยสำหรับนักเรียนไทยในสิงคโปร์ (ตอน 2)
แหล่งอาหารราคาถูกและอร่อย สำหรับนักเรียนไทยในสิงคโปร์ (ตอน 1)
เรียนภาษาอังกฤษที่สิงคโปร์ เหมาะกับใคร ?
January Wrap-Up
JCU Alumni Night 2016 Bangkok
ทำไมสิงคโปร์จึงก้าวเป็นอันดับ 1 ของโลกด้านการศึกษา
พาไปเที่ยวห้องสมุดสาธารณะที่สิงคโปร์
ชีวิตที่ขาดการอ่านคือชีวิตที่......
พูดภาษาอังกฤษสำเนียงไหนดี
ท่องจำกันมา ขาดความคิดสร้างสรรค์
เทศกาลตรุษจีนที่สิงคโปร์
ผลสอบ TMISS 2011
ผลสำรวจความสามารถทางภาษาอังกฤษของคนไทย
เล่าเรื่องครู
การศึกษาสร้างประเทศสิงคโปร์
Welcome to our blog


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (154678)

Thank you a lot 

ผู้แสดงความคิดเห็น May me วันที่ตอบ 2013-02-04 05:41:32 IP : 122.60.194.237


ความคิดเห็นที่ 2 (154697)

แล้วถ้าสภาพสังคมสิ่งแวดล้อมรอบข้างมันไม่เอื้ออำนวยอ่ะค่ะ  จะต้องทำยังไง?

ผู้แสดงความคิดเห็น mat (mat_putsa-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-02-05 19:39:57 IP : 110.77.251.61



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล